Feeds:
Posts
Comments

ไม่ได้เข้ามาระบายอักษร กี่วัน กี่เดือน มัวยุ่งกับชีวิตที่ติดอยู่กับงานเร่งด่วน เดี๋ยวจันทร์ เดี๋ยวอังคาร ผ่านไปเป้นสัปดาห์ ลืมตา หลับตา ข้ามเดือน เคลื่อนเป็นปี ยังมีภาระ ยังมีหน้าที่ วนเวียนเช่นนี้ ชีวิตกับเวลา ที่ผ่านมา ได้อะไร เวลาที่ใช้ไปกับใจที่เหลืออยู่ ยังมีสิ่งที่คอยดู เพื่อรู้เพื่อเห็น กับเวลาที่เป็นปัจจุบัน แม้ภาพอดีต จะแวะเวียนมาปรากฏบ้าง เพื่อเตือนความทรงจำที่เป็นบทเรียน เวลาไม่เปลี่ยนยังคงหมุนเวียนเก่าไปใหม่มา บางครั้งรู้สึกใจหาย ผ่านวันวัยล่วงไป ชีวิตยังคงนั่งทำงานประจำ วันต่อวัน สัปดาห์ต่อสัปดาห์ เดือนต่อเดือน ปีต่อปี เงื่อนไขมีอยู่ที่เป็นเช่นนี้ ทุกข์ไหม ทุกข์ สุขไหม สุข บางวันชีวิตก็มีบางบทที่ยังต้องเรียนรู้ต่อไปกับเวลาที่มี พร้อมแสวงหาความพอดีให้ชีวิตต่อไป ที่ผ่านมาแต่ละเวลา ยังมีขาด มีเกิน..

เขียนโดย John Armstrong และแปลโดย จิระนันท์ พิตรปรีชา
“ถ้าความรักทำให้ตาบอด หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ตาสว่าง”
คัดมาบางคำ:
ความรักคือที่สุดแห่งสุขและทุกข์ที่มนุษย์คนหนึ่งจะสามารถรู้สึกได้ ความรักคืออะไรกันแน่ ทุกคนล้วนปรารถนาความรักที่จีรังยั่งยืน แต่ในความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระยะยาว กลับลดถอยลง คนทั่วไปมักคำนึงถึงแต่ความรัก ณ จุดเริ่มต้นอันหวือหวา แล้วยังปรารถนาจะให้ความรักนั้นมั่นคงยั่งยืนด้วย แต่ความรักแท้จริงแล้วคือ ความรักที่หนักแน่นมั่นคงไม่ว่าชีวิตคู่ต้องประสบอุปสรรคความยากลำบากใด ๆ ก็ตาม ความรักจะโดนทดสอบตลอดเวลา เราจึงต้องทำความเข้าใจกับความรักระยะยาว ไม่มีนิยามแน่ชัดสำหรับความรัก ประสบการณ์ความรักมักแปรเปลี่ยนไปตามกาล ความรักจึงไม่ใช่ค่าคงที่ และต้องมีประวัติศาสตร์ มีที่มา และที่ไปบางครั้งเรารู้สึกว่าคนรักของเราไม่ได้รู้จักเราจริง ๆ เพราะเขาเข้าไม่ถึงตัวตนข้างในของเรา นี่คือต้นตอของความรู้สึก โดดเดี่ยวอ้างว้างทั้ง ๆ ที่มีเขาอยู่ด้วย

เป็นหนังสือที่อ่านแล้วคิดย้อนสำรวจตัวเอง บางหน้านำเปรียบเทียบกับตัวเอง หรือเรื่องราวที่เคยผ่านพบ ยังมีอีกหลายมุมที่เป็นความลับในความรักที่เรามี ที่เราเองยังไม่กล้าแม้จะเปิดเผยกับตัวเองด้วยซ้ำในบางเวลาที่รู้ตัวเองว่าเป็นเช่นไร แล้วจะไปคาดหวังจากใครให้มาเข้าใจเราทุกเรื่องทุกอารมณ์ 

บาดแผลทั้งจากที่อาจกระทำต่อต่อตัวเอง จากผู้อื่น ทั้งโดยตั้งใจ และไม่ตั้งใจ ยามมีสติ และยามสติแตก ผลัดกันเป็นผู้ถูกกระทำ ผ่านไปแล้วบางเวลาภาพบางภาพกลับยังคงชัดเจนอยู่ภายใต้ความทรงจำ มักตอกย้ำความรู้สึกได้เสมอ เมื่อได้รับรู้ในอีกมุมหลังจากนั้น แม้จะพยายามบอกตัวเองปล่อยวางอดีต มองความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในที่ยังแฝงไว้ด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบ หรือเพราะว่า เหตุผลของการกลับมา มันช้าไป กลับมาเมื่อฉันทำใจผ่านพ้นช่วงเวลารอคอยไปแล้ว กลับมาเพราะได้รับการปฏิเสธจากที่หมายที่ตั้งใจและวาดหวัง ไม่ได้กลับ ณ เวลาที่อีกคนต้องการ หรือไม่ได้กลับเพราะใจเห็นความจริงของชีวิต กลับมาเพราะถูกปฏิเสธ  เหมือนยังคงสวนทางกันด้วยเวลาที่ไม่เท่ากันเสมอ ความรู้สึกมันจึงหายไป ณ เวลาที่รอคอย….ช่วงเวลาที่เดียวดายอ้างว้างสุดขีด

ยังอยู่ด้วยกันได้ไหมเมื่อกลับมา ถ้าบนเหตุผลที่ดีที่สุด ได้ซิ หากถามหัวใจส่วนลึก มันดูเบาหวิวล่องลอยหรือเกือบจะว่างเปล่า หรือฉันอาจจะต้องการพิสูจน์บางอย่างให้เธอเห็นว่า เวลาที่ผ่านมา เธอใช้ความอนทนน้อยเกินไปในการจะดูใครสักคน และไม่เคยมองกลับมาที่เหตุผลในส่วนของฉันว่าทำไมเธอจึงได้รับผลเช่นนั้นตอนเธออยู่ เวลากำลังจะผ่านบทพิสูจน์ในมุมของฉันตัวตนที่ฉันเป็นเธอกำลังจะเห็น แต่มีสิ่งที่น่าไปดูกว่ามาแทนที่ เมื่อกลับมา ฉันคิดว่ามันจะเป็นแค่เรื่องผ่านไป และร่องรอยลึกจะตื้นขึ้นมาบ้างด้วยกาลเวลา

แต่แล้ว อีกมุมที่บังเอิญได้รับรู้กลับมาตอกย้ำ เมื่อพบว่าเธอยังคงเสียดายหากใครบางคนจะหายไปจากชีวิตซะทีเดียว มันคงเป็นกำลังใจสำคัญสำหรับเธอ อีกด้านหนึ่งเธอมักทำตัวเสมือนไม่มีใครไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกับใคร ยังคงมีในความหมายติดต่อกลับไปให้อีกทางได้รับรู้ จะมีประโยชน์อะไรเล่า หากใช้ชีวิตกับอีกคนเพื่อให้ชีวิตดูไม่ว่างเปล่า แต่ส่วนลึกยังคงอยากเล่าเรื่องราวของชีวิต ให้อีกคนได้รับรู้ อยากดูแบบบ้านไหม นี่คือคำถามที่ใช้กับอีกคนที่ใจคิดถึง แต่สำหรับคนที่อยู่ตรงหน้า บอกกันไว้ว่า ห้ามมาจัดแต่ง หรือต่อเติม เดี๋ยวบ้านไม่สวย เพียงความคิดยังปิดกั้นไม่ให้เข้าไปร่วม หากบังเอิญฉันไปรับรู้อีกมุมของเธอเข้า เธออยากให้อีกคนได้เห็นแบบบ้านที่เธอทำเอง ทุกอย่างภายในหยุดไว้อีกครั้ง

อย่าถามกันบ่อย ๆ ว่ารักไหม อยากให้กลับไปถามใจเธอเอง หัวใจอาจไม่ต้องใช้ระหว่างทางร่วม ระหว่างเราน่าจะเป็นเช่นนี้ เมื่อได้รับรู้หลากหลายมุมที่เธอซ่อนอยู่ คงตอบได้ว่า การใช้เหตุผลที่ดีในการใช้ชีวิตร่วม น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เพราะใจที่มีเหนื่อยล้าเต็มที ถ้าจะตอบว่ารักใครที่ไม่ใช่รักตัวเอง..

ความดีที่ยังคงสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้ สบายใจที่จะอยู่ร่วม ยังมีข้ออื่น ๆ ที่ยังเสมอกัน ไม่ขัดแย้งมากนัก ก็คงเพียงพอสำหรับการมีเพื่อนสักคนในชีวิตที่ยังเหลือ ส่วนอื่นๆ ตามความคิดที่ยังยึดติดทั้งของเธอ ของฉัน มันไม่มีอะไรจริง และไม่จีรัง แค่แวะเวียนมาทดสอบให้เรียนรู้สำหรับการอยู่ และฝึกจิตใจก่อนที่ วันหนึ่งเราก็ต้องจากกันไปจริง ๆ..

  • เวลาได้ถ่ายรูปแล้ว สนุก เพลิน อยากทำ อยากเล่น เวลาไปเที่ยวแล้วเก็บเกี่ยวไว้ด้วยภาพ จน เลยเถิดมาถึงการอยากได้กล้องดี ๆ สักตัว การถ่ายภาพเบื้องต้นที่เคยเรียน ก็แค่เบื้องต้นจริง ๆ แต่จะพัฒนาการถ่ายภาพให้ดีต้องมีอุปกรณ์ และประสบการณ์การถ่ายภาพ หรือการเล่นกล้องซึ่งเป็นความอยากสะสมอยู่ภายใต้จิตสำนึกตั้งแต่เด็กเวลาเห็นใครถ่ายภาพด้วยกล้องดี ๆ ก็อยากมี อยากทำบ้าง แต่ช่างมันเหอะ เพราะที่ผ่านมาก็ไม่เคยได้กล้องสมใจอยาก เนื่องจากของดีไม่มีถูก เต็มที่ก็มีแค่ compact ส่วน SLR เป็นความอยากที่มีเงื่อนไขเรื่องกำลังที่จะจ่ายสำหรับของที่ไม่ได้จำเป็นนักในชีวิต และก็ไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวยที่พ่อแม่ซื้อกล้องราคาแพงให้ตั้งแต่สมัยยังเด็กอยู่ อยากได้ต้องซื้อเอง
  • แม้ว่าจะขัดแย้งกับอีกจิตอยู่บ้างที่ว่า กล้องดูเป็นสิ่งฟุ่มเฟื่อยของชีวิต สำหรับเราแล้วการจะใช้เงินไปเสียกับการใช้จ่ายกับสิ่งพวกนี้ในระดับราคาแพง ๆ ก็คงจะต้องคิดมากหน่อย หรือถ้าใจอยากจะเล่นกับเขาบ้าง ก็คงใจไม่ถึงพอจะจ่ายค่าเลนส์ ค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ แบบมืออาชีพหรอก เอาเป็นว่าถ้าจะสนองความอยาก ความชอบถ่ายภาพจริง ๆ ก็แค่มีกล้องดี ๆ สักตัว เพราะยังไงก็ทำให้เราสนุก สุขกับสิ่งที่ชอบอยู่บ้าง เท่าที่ทำงานสะสมเงินไว้ได้บ้าง หนี้สินก็ไม่มีติดตัว ที่ผ่านมาไม่เคยใช้อะไรที่ฟุ่มเฟื่อยกับชีวิตตัวเอง แถมยังต้องไปใช้หนี้แทนพี่ในเรื่องไม่สมควรอีก (แต่เอาเถอะเรื่องนั้นถือว่าทำเพื่อพ่อแม่) เป็นเหตุผลที่นำมาคิดสนับสนุนว่าควรให้ตัวเองบ้าง จะซื้ออะไรแต่ละทีก็คิดมากจัง คิดแล้วคิดอีกหลายตลบ
  • ถามว่ามีกล้อง compact ที่เก็บภาพได้แล้วจะซื้อทำไมอีก ก็แค่อยากได้ที่มัน spec สูงขึ้น มีอะไรให้ปรับเล่นมากขึ้น ฟังขึ้นไหม? ที่ว่าจะยอมเสียตังค์ซื้อสิ่งไม่จำเป็นให้กับชีวิตตัวเองได้เล่นสิ่งที่ชอบ แม้มันจะไม่ที่สุดของการได้เล่นกล้องกับเขา แต่การได้ถ่ายภาพเป็นเรื่องสนุกสุขอยู่ข้างในของเรา(ก็เอาวะ)
  • เริ่มหาข้อมูล DSLR เล็งไปที่ยี่ห้อ Nikon ก่อนเลย เพราะชอบยี่ห้อนี้แม้จะไม่เคยเป็นเจ้าของ SLR มาก่อน แต่เคยขอคนอื่นเขาลอง ๆ มาบ้าง ส่วน compact ที่มีก็ยี่ห้อนี้ เลยอยากได้ก่อนอันดับแรก
    ตัวกำหนดการตัดสินใจ เอาราคาเป็นตัวหลักก่อน กะไว้สองหมื่นต้น ๆ รับได้ สำหรับมือใหม่มีใจกับ DSLR หาข้อมูลศึกษาทั้งจากหนังสือ และ Net เปรียบเทียบทั้ง Spec และราคา ข้อดี ข้อด้อย ร้านไหนขายถูกกว่า มืออาชีพแนะนำอย่างไร ถามหลาย ๆ คนเพื่อขอความเห็น จนเล็งไปที่รุ่น D3000 ที่เพิ่งออกมาของ Nikon ตัวเล็กกว่าตัวอื่นใน DSLR ที่ผ่านมาของค่ายนี้ ดูภาพจาก net ก็สวยดีสำหรับรูปร่างของ DSLR ได้ข้อมูลพอสมควร เริ่มไปเดินดูตามร้านกล้องไปลองไปจับ อืม.. เปอร์เซ็นต์ความชอบลดลงมาอยู่ระดับเริ่มลังเล ซึ่งบอกเหตุผลไม่ถูกเพราะไม่ใช่มืออาชีพไม่กล้าวิจารณ์ เอาเป็นว่า ไม่โดน ไม่ปิ๊ง อีกวันถัดไปได้ลองใช้ Canon 450D ก็ยังไม่ได้ใจ แล้วอะไรละที่ใจอยากได้ ยังหาไม่เจอ หาต่อไป ก็ไปหาข้อมูล comment ต่อในเน็ต หลากหลายข้อมูล หลากหลายชนิดกล้อง พร้อมกับมีเวลาว่างเมื่อไรก็ไปเดินดูตามร้าน
    - การตัดสินใจเริ่มมีข้อแม้มากขึ้น การแบก DSLR ไปเที่ยว (โดยที่เราเป็นคนตัวเล็ก แต่ชอบลุย) ผู้ที่เคยใช้บอกว่า ไม่เหมาะ หนัก และเป็นภาระ ถ้าไม่ใช่นักถ่ายภาพมืออาชีพ ไม่อยากแนะนำ เดี๋ยวจะเบื่อซะก่อน สำหรับคนไม่เคยอย่างเรา คงยังนึกภาพไม่ออกก็คงอยากลอง เพื่อนสนิทแนะว่า ถ้าไม่ได้คิดจะเล่นเป็นอาชีพ แค่รักการถ่ายภาพ ก็แนะนำว่าหารุ่นใกล้เคียงแต่ตัวเล็กน้ำหนักน้อยหน่อยเหอะ
    เราเริ่มจะเห็นภาพลาง ๆ เอาไงดีหว่า เกิดซื้อไปจริง ขี้เกียจแบกขึ้นมาจริง ก็คงถอยหลังไปคว้า compact เช่นเคยอีก ไม่เอาเราไม่อยากเป็นคนเช่นนั้น
     - ตัดใจดีกว่าไหม เพราะยังไงตอนนี้ก็ยังไม่ถูกใจ DSLR รุ่นใดจริง ๆ ด้วยน้ำหนัก และราคา หรือเหตุผลในการจะพามันไปทุกที่จริงหรือสำหรับมือสมัครเล่นอย่างเรา แต่สนุกกับการถ่ายภาพเท่านั้นไม่ได้จะเล่นจนเป็นมืออาชีพ หรือจะตัดใจกลับไปซื้อ compact เช่นเดิม เพียงซื้อรุ่นใหม่น่าจะถูกใจกว่าในการพัฒนาระบบของกล้องรุ่นใหม่ ๆ แถมไม่ต้องกังวลจะเบื่อการแบกไปด้วย เพราะจากเคยลองถ่าย ลองจับ ก็หนักอยู่และเคยเห็นเพื่อนแบก ก็เป็นภาระจริงด้วย แล้วสำหรับข้อมือเล็ก ๆ อย่างเราละ จะไม่ตกในสภาวะเช่นนั้นหรือ
    - วนไปวนมากับความคิด ยอมให้ความอยากได้กล้อง DSLR อยู่กับเราต่อไปก็ไม่ป่วยไข้หรอก แค่ใจไม่สงบเท่านั้นเอง จนได้อ่านคำแนะนำนี้ พิจารณาดี ๆ ก็เห็นความจริง

คำแนะนำนี้ดีมาก ๆ เพื่อนหามาให้พิจารณา ขอบคุณที่ส่งมา ขอบคุณผู้เขียน มันใช่เลย และเราไม่อยากเป็นเช่นนี้
แนะนำมือใหม่ DSLR
สำหรับมือใหม่จริงๆ ไม่เคยแนะนำให้ใช้ dSLR ,dSLR ให้โอกาสเราสร้างรูปสวยมากๆ ก็จริงอยู่
แต่ความสวยนั้น .. ไม่เคยง่าย และไม่เคยราคาถูก อยากได้หลังละลาย????
3-4,000 สำหรับเลนส์ 50/1.8 (หรือ 10,000 สำหรับ 50/1.4)
อยากถ่ายคนสวยๆ หลังละลาย
10,000++ สำหรับ 85/1.8 และ 3-40,000 สำหรับ 85/1.4
อยากถ่าย macro สวยๆ คมกริบขอบถึงขอบ
15,000 บาท
อยากเก็บทิวทัศน์มุมกว้างๆ … 20,000++ มีหรือยัง?
อยากถ่ายกลางคืน แฟลชแจ่มๆ .. 10,000 มีให้จ่าย
ขาตั้งกล้องอีก 5,000 กระเป๋าใบโต ใส่ทุกอย่างอีก 5,000 ตู้กันชื้นอีก 10,000 สำหรับ dSLR แล้ว … ทุกๆ ความอยาก จะล้วนได้รับการตอบสนอง และไม่มีวันจบสิ้น รักชอบการถ่ายรูป มาก จนพร้อมจะใช้ dSLR หรือยัง
…………………
ถ้าใช้ dSLR-like หรือ compact ความอยากส่วนใหญ่ แทบไม่มีทางเป็นไปได้
กล้องพวกนี้ มีขีดจำกัด (limit .. ขีดจำกัด ไม่ใช่ปัญหาหรือจุดอ่อน)
ถ่ายหลังละลายได้พอประมาณ ถ่ายมาโครได้พอสมควร ถ่ายกลางคืน noise อาจเยอะไปหน่อย
ถ่ายทิวทัศน์ ก็กว้างพอโชว์ทั่วๆไปได้ ตู้กันชื้น? ไม่จำเป็น .. กล้องถนอมอาหารใบเดียว 500 บาท .. พอเก็บทุกอย่าง
ขาตั้ง? … ตัวเล็กๆ คุณภาพดี … 2,000 ก็เหลือเฟือ แฟลชภายนอก? … ไม่ค่อยมีหรอก และไม่มีที่ให้เสียบด้วย
กระเป๋า? ใบเล็กๆ .. 1,500-2,000 ยังเหลือที่อีกเยอะฯลฯ
ไตร่ตรองให้ดีๆครับ เห็นด้วยกับน้าแมวเหมียวฯ นะครับ
แต่ส่วนใหญ่ เอาคนใกล้ๆตัวเลย อย่างเพื่อนผม ไม่ค่อยมีเวลาถ่ายภาพ ไม่ค่อยมีงบมากพอสำหรับ D-SLR
เลยแนะนำให้ใช้ D-SLR Like ของ Fuji ไป แรกๆก็แฮปปี้ดีหรอกครับ ผ่านไปไม่เกิน 3 เดือน
กิเลส ครับ กิเลส
ชักไม่ค่อยพอใจคุณภาพของกล้อง(ทั้งๆที่ตัวเองยังใช้ไม่หมด ใช้ไม่คุ้ม)
ไม่ว่าจะเป็นหลังกระจาย , นอยส์ หรือช่วงไวด์มากๆ

ยังคงดูกล้องไปเรื่อย ๆ ตามร้านขายแต่ความอยากมี DSLR ค่อย ๆ ลดระดับลง แต่ยังคงเดินหากล้องตัวใหม่ต่อไป เพราะเวลาเดินทางเราไปกับเพื่อนร่วมชะตากรรมกันสองคน แบ่งกันใช้ แต่มุมแต่ละคนมองไม่เหมือนกัน อยากเป็นผู้เก็บภาพบางภาพ จากการเป็นผู้ถ่ายเอง จึงอยากมีอีกตัว ความอยากยังคงมี

  • งานกล้องเดอะมอล์ใกล้บ้าน พบ PEN เข้าให้ ดูข้างกล่องบอดี้สวยคลาสสิคดี กล้องอะไร เห็นปุ๊บสะดุดปั๊บอยากลองจับ OLYMPUS E-P1 แต่..ไม่ได้ครับ ไม่ได้คะ ห้ามแกะกล่องมีแค่ตัวเดียว ราคาเลนส์ตัวเดียว 14-42 mm อยู่ที่ 29,990 บาท ถ้าเลนส์คู่ 38,990 บาท ซื้อในงานนี้ได้คูปองเงินสด 1,000 บาท ลูกค้าหลายคนบ่นอยากลองจับเหมือนกัน ไม่มีใครได้จับ หรือเห็นตัวจริงคะ คนขายเองก็ไม่ได้เล่นคะ ลูกค้าซื้อแล้วเอาไปเลย
    - อ้าวเหรอ จะซื้อแล้วไม่ให้จับก่อนเหรอ เอองงวุ้ย ปกติ จะได้ลองได้จับก่อนค่อยตัดสินใจ กลับบ้านหาข้อมูลต่อ ถูกใจ ๆ ตัวนี้เมื่อแรกพบ โห!ของเค้าแรงแฮะ มีแต่คนหาซื้อ ของขาดตลาด ต้องสั่ง ราคาจะขึ้นอีก 1,000 บาท อะไรนี่! ที่ผ่านมา คือ อดใจรอ เดี๋ยวราคาจะลง แต่คราวนี้รอแล้วราคาขึ้นแถมต้องสั่ง
    - กระแสเว่อร์ไปเป่า มันดีจริงไหม พยายามหา ข้อมูลตามเว็บ อ่านจากคนที่ลองแล้ว จากมืออาชีพที่มาแนะนำ เพื่อนร่วมชะตากรรมช่วยหาข้อมูลให้เพราะถูกใจเช่นกัน แถมเป็นแรงยุยงส่งเสริมให้เราตัดสินใจซื้อ แต่คนอย่างเราไม่เคยซื้ออะไรตามกระแส ต้องรู้ว่าดีจริงก่อน หรือรู้แล้ว มันเหมาะกับเราไหม ชอบมากแค่ไหน ดีกรีความชอบเริ่มมากขึ้นแต่ไม่ค่อยแสดงออก ไปเจอหนังสือ ตากล้องต้องรู้คู่มือ Olympus E-P1 ยืนอ่าน คิดในใจนี่มีหนังสือเฉพาะกันเลยเหรอ หรือว่าเขาเขียนเชียร์มีส่วนได้ส่วนเสีย อ่านแล้วก็ไม่นะ (ซื้อมา 1 เล่ม)
    - ติดเรื่องราคาเพราะว่าเดิมตั้งใจแล้วว่าราคาเป็นตัวตั้งในการตัดสินใจ จู่ๆ ความอยากได้ติดสปีดมาจากไหนไม่รู้ ยิ่งดู ก็ยิ่งอยากได้
    ความชอบพุ่งแรง แซงหน้าข้อกำหนดเรื่องราคาแบบสูสี เหมือนแรกเห็นหน้าตามาก่อนเลย เรื่องนิสัยหรือการใช้งานเมื่อมันอยู่กับเราค่อยว่ากัน ศึกษากันไปภายหลังแล้วกัน ตอนนี้แค่มีผู้แนะนำว่าดี ดูโหมดการใช้งานต่าง ๆ จากการสาธิต ภาพตัวอย่าง ก็เริ่มเชื่อว่าน่าจะดี หน้าตาถูกตาต้องใจแล้วนิ (ไม่ผิดอะไรกับคนเล้ยส่วนใหญ่ตัดสินกันที่หน้าตาก่อนนิดหนึ่ง)
    เริ่มหาว่าร้านไหนมีขาย ที่จะสามารถจับลองก่อนได้ เพื่อช่วยในการตัดสินใจอีกครั้ง ไปกี่ร้านก็เล่าว่า ไม่มีของคะ มีแต่คนมาถามหา ต้องสั่งครับ เป็นตัวเลนส์ 14-42 mm. ราคา 30,990 อ้าวขึ้นซะแล้ว แค่ 2-3 วันที่พยายามเดินหา อืมม..อึ้งกับเขาเหมือนกัน ไม่มีสักร้านคงไม่ต้องลองก่อนแล้วละม้าง
  • เมื่อราคากับความชอบเบียดกันอยู่ หาเงื่อนไขใหม่ในการตัดสินใจ วัดดวง เอางี้บอกกับเพื่อนร่วมชะตาว่า ถ้ากลับไปที่พบมันครั้งแรก แล้วเป็นรักแรกพบเจ้ากล้องตัวนี้ วันสุดท้ายที่จัดรายการ แล้วถ้ามันยังอยู่ แถมเป็นเลนส์คู่ ก็นะ มองหน้ากัน เอาเลยเป่า?
    คิดอีกว่าแพ็คคู่คุ้มไหม? เพราะวันที่เจอเขาอยู่คู่กัน 14-42 mm กับ 17 mm. เราจะแยกเค้าออกไหม?
    - ลุ้นในใจก่อนเดินไปถึงร้าน น่าจะมีคนเอาไป ถ้าเอาไปแล้ว จะได้รอดไม่เสียตังค์

Body E-P1

..It’s a PEN เย็นวันนั้นกลับบ้านด้วยกัน กลับมาลองทำความรู้จักเบื้องต้น ความรู้สึกที่ตามมา ไม่ผิดหวังที่ได้ครอบครองเป็นเจ้าของ …
เราน่าจะเหมาะกับมัน สำหรับคนชอบการถ่ายภาพ และพาไปได้ไม่รับภาระเรื่องน้ำหนัก เล็กกะทัดรัด ลูกเล่นเยอะ มีโหมดถ่ายภาพเคลื่อนไหว วีดีโอได้ เป็นสิ่งที่ยังอยากได้อยู่ แถมมีความสามารถถ่ายวิดีโอระดับ HD ระบบเสียงสเตอริโอ อันนี้ลองแล้วชัดแจ่มทั้งภาพและเสียง  อื่น ๆ ลองแล้วเห็นว่าเหมาะกับเราสุด จิ๋วแต่แจ๋ว ส่วนประสิทธิภาพในการถ่ายหรือภาพที่ได้ มีมืออาชีพมาบอกเล่าไว้มากมาย และโดยส่วนตัวเห็นด้วยเช่นกัน

 

ทุกชีวิตมีสีสัน และความหมายของตัวเองCoffee&Tea dogs&cats
ไม่ถูกนักถ้าใครบังอาจเอาความหมายของตัวเอง
ไปนิยามให้กับการกระทำของคนอื่น
ไม่มีกฏเกณฑ์ไหนใช้ได้กับคนทุกคนในโลก
จาก กาแฟและชา หมาและแมว โตมร ศุขปรีชา

 

เอาไว้บอกตัวเอง และอยากบอกคนอื่นแต่คงยากนะสำหรับการจะบอกคนอื่น 
บางเรื่องราวในชีวิตของแต่ละชีวิต ถ้ามีผู้อื่นบังเอิญมารับรู้ไม่ว่าจะจากคำบอกเล่าของผู้ที่เป็นผู้บอกต่อ หรือจะจากคำพูดผู้อยู่ในเหตุการณ์เอง
บางคนอาจเสนอความคิดเห็นในเชิงตัดสินแทนผู้ที่พบกับเรื่องราวนั้นโดยขาดจิตสำนึกว่า การไปตัดสินใครหรือคิดแทนและใส่ความรู้สึกของคุณแทนลงไป โดยคุณไม่ใช่ผู้แบกรับความรู้สึก ณ ขณะนั้นด้วยตนเอง มันยุติธรรมถูกต้องแล้วหรือ เพราะมันยากมากถ้าจะบอกว่าถ้าเป็นคุณ ๆ จะทำแบบนั้นแบบนี้ เมื่อมันเป็นแค่สิ่งสมมุติที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเอง
สำหรับมุมเราคิดว่า คำบอกเล่าไม่ว่าจะจากผู้ใดที่รับรู้นั้น ไม่ได้บ่งบอกให้รู้ทุกสัมผัสแง่มุมที่ยังคงถูกซ่อนอยู่ จะมีสักกี่คนที่กล้ายอมรับ และเผยรายละเอียดออกมาในอีกส่วนที่ถูกซ่อนอยู่ในเรื่องราวจนหมดสิ้น เมื่อไม่ได้รับรู้ทุกแง่มุมก็อย่ากล้าไปตัดสินหรือคิดแทน ทำได้อย่างมากก็เป็นผู้รับรู้ที่ดี หรือมีกำลังใจส่งออกไปหากผู้นั้นกำลังต้องการ

มุมหนังสือ เล่มนี้ จึงเป็นมุมโปรดอีกมุมหนึ่ง ที่ติดใจเก็บไว้เตือนตัวเอง หากบางครั้งจะเผลอไปตัดสินหรือใช้กฏเกณฑ์ที่เกิดจากความคิดตัวเอง ณ บางขณะกับใครเข้า เพราะชีวิตจริงมันไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัวให้ยึดถือ

Older Posts »